Username :
Password :
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ประวัติตำบลทุ่งนารี


ตำบลทุ่งนารีเป็นตำบลที่ก่อตั้งใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับการแยกจากอำเภอปากพะยูน เป็นกิ่งอำเภอป่าบอน และปัจจุบันเป็นอำเภอป่าบอน ผู้คนในตำบลทุ่งนารีเป็นลูกผสมที่มีพื้นเพเดิมมาจากหลายที่หลายแห่ง ตั้งรากถิ่นฐานบ้านเกิดเป็นตำบลทุ่งนารีในปัจจุบัน สภาพของชุมชนเป็นสังคมที่เป็นเอกลักษณ์ก่อเกิดขึ้นในชุมชนมีน้อย ส่วนใหญ่ได้รับมาจากการสืบทอดของบรรพบุรุษ แล้วหล่อหลอมผสมผสานเกิดเป็นวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชน ลักษณะสภาพทางครอบครัวเป็นครอบครัวขยาย คือ สมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ลูกหลาน มีความสัมพันธ์สนิทสนมใกล้ชิดกัน และในแต่ละชุมชนของตำบลทุ่งนารีทุกคนต่างมีน้ำใจช่วยเหลือเผื่อแผ่กัน ลักษณะเด่นของคนในตำบล คือมีความรักสามัคคี มีน้ำใจต่อกันและกัน และต่อผู้อื่นเสมอ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ ทำสวนยางพารา ทำไร่สับปะรด ทำนา ทำสวนผลไม้ และค้าขาย ตำบลทุ่งนารีครั้งในอดีตมีลักษณะเป็นทุ่งกว้างและป่ารกชัฏ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ อันเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลาย เช่น หมี ลิง ค่าง และช้างป่า เป็นต้น ส่วนสาเหตุที่ชื่อตำบลทุ่งนารีนั้นเล่ากันว่าเมื่อสมัยพระยาธรรมโศกมหาราชครองเมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นหัวเมืองชั้นนอกของหัวเมืองทางตอนใต้ ขณะนั้นได้ทรงสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ที่เมืองนครศรีธรรมราช บรรดาหัวเมืองต่างๆ ได้นำทรัพย์สินเงินทองไปถวายเพื่อร่วมก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ในครั้งนั้นพระยาปัตตานีซึ่งเป็นเจ้าเมืองปัตตานีได้เกิดอาการพระประชวรกะทันหัน จึงมีรับสั่งให้นางนารีผู้ซึ่งเป็นพระชายา นำขบวนเสด็จแทนพระองค์ แต่เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณทุ่งกว้างในจังหวัดพัทลุง ขบวนของนางนารีได้สวนทางกับขบวนเสด็จของพระยาสงขลา ที่เสด็จกลับจากการร่วมสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ และได้ตรัสกับนางนารีว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จแล้ว พระนางนารีทรงเสียพระทัยมากที่ไม่สามารถไปร่วมสร้างพระบรมธาตุได้ นางจึงได้เสด็จกลับเมืองปัตตานี แต่ก่อนที่จะเสด็จกลับนางได้นำทรัพย์สินเงินทองที่นำมาเพื่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ฝังไว้ ณ บริเวณทุ่งกว้างแห่งนี้ จึงได้เรียกทุ่งกว้างนี้ว่า “ ทุ่งนารี” และได้เป็นตำบลทุ่งนารีในปัจจุบัน

คำขวัญตำบลทุ่งนารี

“ อ่างเก็บน้ำกว้างใหญ ่ เงาะป่าซาไกเผ่าโบราณ

น้ำตกสวยตระการ สับปะรดหวานป่าบาก

หลายหลากสมุนไพร ผู้คนน้ำใจล้นเหลือ ”